ว่าที่เจ้าสาวชะตาดับ ถูกรถทับก่อนงานวิวาห์เพียง 5 วัน และอีก 1 วันจะถึงวันเกิด

 

 

วิวาห์สลด…ว่าที่เจ้าสาวประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ถูกรถบัสโรงพยาบาลทับเสียชีวิต ก่อนถึงวันงานวิวาห์เพียง 5 วัน และอีกเพียง 1 วันจะเป็นวันคล้ายวันเกิด ด้านว่าที่เจ้าบ่าวหัวใจสลาย ทำใจไม่ได้ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์เอเชียวัน เผยรายงานสุดสะเทือนใจของคู่รักชาวไต้หวันคู่หนึ่งที่มีอันต้องเผชิญชะตากรรมสุดเศร้า ในช่วงเวลาที่แสนมีความสุขกับการเตรียมตัวเป็นว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาว เมื่อฝ่ายหญิงเกิดประสบอุบัติเหตุทางถนนจนเสียชีวิต ทั้งที่อีกแค่ 5 วันเท่านั้น ก็จะถึงวันงานพิธีวิวาห์ของเธอ และทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้ว

 นอกจากนี้ รายงานยังได้เผยว่า เพียงอีกแค่ 1 วัน หลังจากวันที่เกิดเหตุดังกล่าว ยังเป็นวันคล้ายวันเกิดของ เริ่น อัน หนี ว่าที่เจ้าสาวเคราะห์ร้ายรายนี้ด้วย เหตุการณ์สุดสลดดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา เริ่น ว่าที่เจ้าสาว เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล หลังจากไปพบแพทย์ตามนัด ในขณะที่เธอกำลังจะข้ามถนนตรงบริเวณสี่แยกในเขตเทศบาลเถาหยวนของไต้หวัน อยู่ ๆ ก็มีรถบัสของโรงพยาบาลคันหนึ่งพุ่งเข้าชนร่างอย่างจัง เป็นเหตุให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

เริ่น คบหาดูใจกับ ลู่ ชุน เซียน หนุ่มคู่หมั้นมาเป็นเวลานานถึง 13 ปี ก่อนจะตกลงแต่งงานกันในปีนี้ โดยกำหนดจะจัดงานพิธีวิวาห์ขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่กลับเกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดฝันขึ้นเสียก่อน ลู่ ว่าที่เจ้าบ่าวผู้หัวใจสลาย ได้เขียนบรรยายความรู้สึกแสนเศร้าสะเทือนใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในวันพิธีศพของเริน ว่าที่เจ้าสาวสุดที่รัก โดยระบุว่า “เป็นเวลา 19 วันแล้ว ที่ผมไม่ได้คุยกับคุณ และสุดท้ายผมก็ได้สวมแหวนใส่ที่นิ้วของคุณในวันนี้ เราได้แต่งงานกันแล้วนะ ขอโทษ ที่ทำให้คุณต้องมานานกว่า 2 สัปดาห์ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ช่วยสวมแหวนให้ผมได้ และแม้ว่าคุณจะไม่ได้เห็นผมในชุดเจ้าบ่าวก็ตาม”

โดยพิธีงานศพของเริ่นถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยในงานได้มีการประดับดอกไม้ไว้อาลัยให้เธอเป็นครั้งสุดท้ายอย่างงดงาม ในรูปแบบเช่นเดียวกับพิธีงานแต่ง แม้ว่าบรรยากาศจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของเจ้าภาพ และแขกที่มาร่วมงาน ขณะที่ ลู่ ได้ปรากฏตัวในงานในชุดสูทของเจ้าบ่าว โดยเขาอยู่ในอาการเสียใจและยังไม่สามารถทำใจได้ และไม่ยอมพูดกับใครตลอดทั้งงาน

หลังจากนั้น ในวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ลู่ ก็ได้โพสต์ข้อความสุดเศร้าอีกครั้ง โดยบอกว่า “แม้ว่าผมจะต้องอยู่คนเดียวในตอนนี้ แต่ผมก็จะก้าวผ่านมันไปให้ได้ ตอนนี้ผมเข้มแข็งขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังคงต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นได้โปรดช่วยให้ผมได้คิดถึงคุณต่อสักนิด ให้ผมได้จำว่าคุณดีกับผมมากแค่ไหน ทั้งความรักของคุณและทุก ๆ สิ่งที่เราไม่เคยทำด้วยกัน ผมจะขอทำต่อไปเพื่อชีวิตของเรา และหากชาติหน้ามีจริง ผมขอให้เราได้แต่งงานใหม่อีกครั้ง”

ทั้งนี้ สำหรับเรื่องคดีความที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวของเริ่น กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และคาดว่าจะมีการเข้าไปพูดคุยกับทางโรงพยาบาลฝ่ายคู่กรณี ภายหลังจากเสร็จสิ้นเรื่องพิธีศพ

ที่มา :  sanook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

ชาวบ้านถึงช็อก! เก๋งแต่งซิ่งแวะถามทางไปวัด บอกเสร็จพุ่งชนเสาไฟพังยับ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 30 ม.ค. พ.ต.ท.ไพจิตร โคตรกล่ำ สารวัตรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักชนเสาไฟฟ้า และเหล็กกั้นกลางถนน บริเวณถนนรังสิต-ปทุมธานี หมู่ 5 ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ นายสัญญา เอี่ยมหร่าย อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 268/1 หมู่ 11 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ช่วยกันปฐมพยาบาลส่งต่อโรงพยาบาลปทุมธานี ใกล้กันพบรถเก๋งมิตซูบิชิแลนเซอร์สีเหลือง สภาพแต่งซิ่ง ทะเบียน ชท 3127 ชลบุรี เสียหลักชนเสาไฟส่องสว่างกลางถนนหักลงมา 1 ต้น และเหล็กกั้นกลางถนนถูกชนได้รับความเสียหาย ส่วนด้านหน้ารถเก๋งคันดังกล่าวได้รับความเสียหาย กระจกแตก พังยับเยิน

นายไพรัฐ นาดี 25 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวลงมาถามทางกับตน เพื่อจะไปวัดตะพังซึ่งกำลังมีงานประจำปี ตนจึงบอกทาง จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงเหมือนรถชนจึงรีบวิ่งมาดู พบเป็นรถเก๋งคันที่ถามทางจนเสียหลักชนเสาไฟฟ้าและเหล็กกั้นกลางถนน ซึ่งตกใจมาก

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ให้รถยกมายกรถและสิ่งกีดขวางออกจากถนนเพื่อเปิดการจราจร และจะสอบสวนนายสัญญา เอี่ยมหร่าย ผู้ขับขี่รถเก๋ง ถึงการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

 ที่มา:khaosod

จยย.เสียบท้ายสยอง!! หนุ่มดับสลด มองไม่เห็นรถอ้อยจอดเสีย-คนขับเผ่นหนี

วันที่ 18 มกราคม 2560 ได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.สายันต์ นันทพงษ์ รอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ว่าคืนวันที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 23.00 น. ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกอ้อยเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บนถนนมิตรภาพ ขอนแก่น อุดรธานี ด้านขาเข้าตัวเมืองอุดรธานี ระหว่างสะพานบ้านโนนหยาดและบ้านใหม่ศรีสุข ต.โคกกลาง อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ขอให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วย ร.ต.อ.สายันต์ หลังจากได้รับแจ้งเหตุ รีบประสานกับหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงอุดรธานี จุดบริการโนนสะอาด ออกไปช่วยเหลือในเบื้องต้น

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 80-0728 อุดรธานี บรรทุกอ้อยเต็มคันรถ ไม่พบคนขับกลัวความผิดอาจหลบหนี และบริเวณท้ายรถบรรทุกอ้อย พบ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาวคาดดำ หมายเลขทะเบียน คพบ.305 อุดรธานี สภาพด้านหน้าพังยับและยังพบศพนอนตายอยู่ในกองเลือด ทราบชื่อ คือ นายเจริญจิตร อ่อนจันทร์ อายุ 33 ปี อยู่หมู่ที่ 3 ต.โคกกลาง อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี

จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับ จยย.คันที่เกิดเหตุไปตามถนนมิตรภาพขอนแก่น-อุดรธานี เพื่อที่จะกลับบ้านพัก พอขับมาถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นรถบรรทุกอ้อยที่จอดเสียอยู่ข้างถนน ประกอบกับไม่มีการวางกรวยและสัญญานไฟ ผู้ตายมองไม่เห็นรถจึงเกิดเสียหลักชนท้ายรถบรรทุกอ้อยอย่างแรง เป็นเหตุให้คนขับ จยย.เสียชีวิต หลังตรวจที่เกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบสวนหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุพร้อมติดตามหาคนขับ รถบรรทุกอ้อยมาสอบสวน

ที่มา:khaosod

เก๋งชนต้นไม้ยับ!! ชายหญิงดับสลด ลูกสาวตัวน้อยรอดปาฏิหาริย์-สุดเวทนาร้องไห้เรียกหาพ่อแม่

        สลดพ่อแม่พาลูกสาววัย 5 ขวบเดินทางจาก อ.ตะกั่วป่า มุ่งหน้า จ.สุราษฎร์ธานี เกิดหลับในรถพุ่งชนต้นไม้ดับทั้งคู่ ทิ้งลูกสาวเผชิญชีวิตเพียงลำพัง ร้องเรียกหาพ่อแม่ตลอดเวลาเป็นที่น่าเวทนา เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 11 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน ขน 7835 สงขลา เสียหลักพุ่งข้ามเลนชนต้นไม้ข้างทางอีกฝั่งหนึ่งของถนน บริเวณหมู่ที่ 1 ต.รมณีย์ อ.กะปง จ.พังงา มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนหายใจรวยรินติดอยู่ภายในรถบริเวณเบาะด้านหน้า 2 ราย ส่วนเบาะด้านหลังมีเด็กหญิงอายุประมาณ 5 ขวบ นอนหลับอยู่ หลังเกิดอุบัติเหตุได้ตกใจตื่นร้องไห้เสียงดังเรียกหาพ่อกับแม่อยู่ตลอดเวลา นายธนูศักดิ์ พัฒนศรี ชาวบ้านที่ประสบเหตุได้แจ้ง ร.ต.อ.เสนอ ละหมาด พนักงานสอบสวน สภ.กะปง และอาสาสมัครกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บออกมาจากซากรถยนต์ อย่างไรก็ตามผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายทนพิษบาดแผลไม่ไหว ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนเด็กผู้หญิง ชาวบ้านได้นำไปพักเพื่อรอติดต่อให้ญาติมารับ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวมุ่งหน้ามาจาก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เพื่อเดินทางไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีนายสุอีบ หมานจีด อายุ 40 ปี อยู่หมู่ที่ 3 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา เป็นคนขับ มีนางสุชาดา นวลวิไล อายุ 52 ปี อยู่หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลา นั่งมาด้านข้างคนขับ เจ้าหน้าที่คาดว่าเมื่อถึงจุดเกิดเหตุนายสุอีบ คนขับอาจหลับใน เนื่องจากเป็นเวลาดึกมากแล้ว จึงทำให้รถยนต์เสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนต้นไม้อีกฝั่งหนึ่งเสียงดังสนั่น สภาพรถยนต์ด้านหน้าพังยับเยิน คนที่โดยสารมาบริเวณเบาะด้านหน้าคนขับถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่กับพวงมาลัยภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างออกมาช่วยชีวิต แต่เนื่องจากทั้งคู่บาดเจ็บสาหัส และทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงทำให้เสียชีวิตขณะช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ทราบว่าทั้งหมดที่โดยสารมาในรถคันเดียวกัน เดินทางมาจากไหน และมีจุดหมายปลายทางที่ใด รวมถึงมีความเกี่ยวพันกันอย่างไร แต่พบว่าเด็กผู้หญิงวัย 5 ขวบร้องเรียกหาพ่อและแม่อยู่ตลอดเวลา

 ที่มา:khaosod

คู่หมั้นตำรวจโดนรถชนตาย ขอแต่งงานกับรูปถ่าย ชาติหน้าฉันใดขอให้เราเกิดมาคู่กัน

           สาวใจสลาย จาก “งานหมั้นของเรา” ที่ตั้งใจไว้ กลายเป็นงานของเธอกับรูปถ่าย หลังแฟนหนุ่มจากไปอย่างกะทันหันเพราะอุบัติเหตุ เคยเป็นประเด็นข่าวสุดสะเทือนใจก่อนหน้านี้ กับเรื่องราวของสาว “อ้อม” น.ส.ชลธิชา เดชบุรัมย์ กับแฟนหนุ่ม “บิลลี่” ส.ต.ต. ชาญณรงค์ นันโช ที่คบหากันมานาน 6 ปี และมีกำหนดการหมั้นหมายกันในช่วงปลายปี 2559 แต่กลับต้องกลายเป็นจัดงานศพ เมื่อฝ่ายชายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หลังขับรถมารับแฟนสาวที่ จ.ชลบุรี เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทั่งล่าสุด (31 ธันวาคม 2559) คุณอ้อม ก็ได้จัดงานหมั้นกับแฟนหนุ่ม ตามกำหนดการที่ได้ตั้งใจไว้แล้ว แต่เป็นการจัดพิธีระหว่างเธอกับภาพถ่ายของเขาผู้จากไป โดยมีพ่อแม่ ครอบครัว และเพื่อนสนิทมาร่วมเป็นสักขีพยานในงานครั้งนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดเผยความรู้สึกสุดสะเทือนใจผ่านเฟซบุ๊ก Chonticha Detburum ไว้ดังนี้

   วันที่ 31 ธันวาคม ควรเป็นวันที่มีความสุขที่สุดของเรา เพราะเป็นวันที่เราหมั้น ตอนนั้นเราทั้งคู่ตื่นเต้นมาก แต่ในวันนี้ มีเพียงคุณอ้อมเองที่ต้องนั่งแต่งงานกับรูปถ่าย คุณอ้อมไม่มีความสุข ไม่มีรอยยิ้ม มีแต่น้ำตา และหัวใจที่เจ็บจนอธิบายไม่ถูก หากคุณอ้อมจะขอพรปีใหม่ได้ ก็อยากให้บิลลี่กลับมา แต่คุณอ้อมรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ และสุดท้ายคุณอ้อมก็ต้องยอมรับความจริงว่า คุณบิลลี่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

“จบสักทีปีที่เลวร้ายและแย่ที่สุดตั้งแต่เกิดมา จากพรุ่งนี้ไป ตัวเองไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะ เราได้ทำทุกอย่างตามที่เราตั้งใจแล้ว เราต่างเดินหน้าไปพร้อมกันได้แล้ว เขาจะเดินต่อตามทางที่เขาฝันไว้ ตัวเองก็ต้องเดินไปทางที่ดีที่สบายเพื่อให้เราได้กลับมาพบกันอีกครั้งที่ปลายทางของเรา ชาติหน้ามีจริง ขอให้เราได้มีโอกาสนั่งสวมแหวนหมั้นกันสักครั้ง อย่าต้องทรมานเจ็บปวดเช่นนี้เลย”

ทั้งนี้ ได้มีชาวเน็ตแชร์โพสต์ดังกล่าวของเธอไปเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้อย่างคับคั่ง ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีหมั้นแล้ว “คุณอ้อม” ก็ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของแฟนหนุ่ม และรับหน้าที่ดูแลพ่อแม่ของฝ่ายชายด้วย เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวความรักแท้ที่ไม่มีวันตาย ที่บีบหัวใจจริง ๆ

ที่มา:kapook

ตร.แถลงชัด”เจนภพ”เหยียบ257กม./ชม. “พ่อเหยื่อ”งง! บ.เบนซ์ปฏิเสธตรวจวัดความเร็ว

29-3-59-25

จากกรณีนายเจนภพ วีรพร ขับรถยนต์เบนซ์พุ่งชนท้ายรถยนต์ฟอร์ด ทำให้เพลิงไหม้ เป็นเหตุให้นายกฤษณะ ถาวี และน.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเสียชีวิตคาซากรถนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มี.ค.ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรินทร์ ทัพพันบุบผา รองผบก. ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา หัวหน้าทีมสอบสวน เข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมกับทีมทนายความของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ขณะนี้การสอบสวนพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 41 ปาก สอบไปแล้ว 29 ปาก เหลืออีก 12 ปาก ซึ่งบางส่วนเป็นญาติของผู้เสียชีวิตที่ยังไม่สะดวกในการให้ปากคำ รวมถึงรอผลพิสูจน์หลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการตรวจวัดความเร็วของรถเบนซ์ ซึ่งทางบริษัทเมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทยปฎิเสธที่จะตรวจ ทางตำรวจได้ประสานไปยังบริษัทเมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศฮ่องกง ซึ่งจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจในช่วงปลายเดือน วันนี้จะให้ทางญาติของผู้เสียชีวิตร่วมรับฟังการแถลงข่าวด้วย

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนพยานและรวบรวมพยานหลักฐานต่างต่างๆ เริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ พยานขณะเกิดเหตุ พยานหลังเกิดเหตุ พยานแวดล้อม พยานผู้เชียวชาญ เกือบครบแล้ว พนักงานสอบสวนมีความมั่นใจ พยานและหลักฐานต่างๆ สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน ภายในสิ้นเดือนนี้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการฟ้องได้ สำหรับนายเจนภพมีกำหนดฝากขัง ในวันที่ 29 มี.ค.พนักงานสอบสวนได้ฝากขังในพลัดที่ 2 แล้วมีกำหนดฝากครั้งอีกครั้งในวันที่ 10 เม.ย.

“สำหรับผลการตรวจพิสูจน์เรื่องของความเร็ว ซึ่งทำการตรวจจากภาพจากกล้องหน้ารถของพยาน คำนวณทางหลักวิทยาศาสตร์ ทราบผลความเร็วที่ 215-257 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเตรียมที่จะตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก คือขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของบุคคลอื่น”พ.ต.อ.พงศพัศกล่าว

29-3-59-25 2

พล.ต.อ.พงพัศกล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ประสานกับทางโรงพยาบาลตำรวจแล้วสามารถนำเส้นผมของตัวนายเจนภพไปตรวจพิสูจน์เพื่อหาสารเสพติดได้ โดยทำหนังสือของเลือดของนายเจนภพ ซึ่งทางโรงพยาบาลสมิตเวช ได้ทำการเจาะเลือดเอาไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. เมื่อได้รับเลือดจะนำมาให้ทางโรงพยาบาลตำรวจตรวจพิสูจน์ รายละเอียดของการสอบสวนและพยานหลักฐานส่วนอื่นขอไม่เปิดเผย เพราะจะทำให้เสียรูปคดี การขับรถเร็วบนทางด่วน ซึ่งมีความชัดเจนแล้วทำไมไม่มีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องนี้ต้องทำการสอบสวนต่อไป

นายทิวากร ฮ้อแสงชัย พ่อของน.ส.ธันฐภัทร์กล่าวว่า มีข้อสงสัยในประเด็นของของการตรวจเลือดของผู้ต้องหาว่าผู้ต้องหามีฐานะเป็นผู้ต้องหาเมื่อใด และผู้ต้องหามีสิทธิ์ที่จะไม่ยอมเจาะเลือดได้หรือไม่ ความรู้สึกส่วนตัวผู้ต้องหาไม่น่าจะปฎิเสธได้ ในเรื่องของที่บริษัทเบนซ์ในประเทศไทยปฎิเสธที่จะตรวจเรื่องของความเร็วรถ และเรื่องการร้องขอให้ผู้เชี่ยชาญจากต่างประเทศเข้ามาทำการตรวจสอบ ในสองเรื่องนี้ขอให้รอบครอบมากที่สุดในการประกอบสำนวน และในเรื่องของเหตุการณ์บนทางด่วนที่ชนแผงกันแล้วทำไมปล่อยไป ไม่มีการควบคุมตัว และมีการขับรถเร็วด้วย ถ้าเราปล่อยเรื่องนี้ไป จะเป็นตัวอย่างที่คนอื่นนำไปทำบ้างแล้วไม่ผิด อยากให้คดีของลูกชายตนเองเป็นคดีตัวอย่าง ถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกระบวนการกฎหมายไทย

ที่มา : khaosod