หมอนทอง หรือว่าชะนี! สวนจันท์ปั่นทุเรียนนอกฤดู ขาย กก.130

หมอนทอง1

ชาวสวนผลไม้จันทบุรี ปั่นทุเรียนหมอนทอง-ชะนี นอกฤดูกาล แก้ปัญหาผลผลิตกระจุกตัว ชี้ อากาศแปรปรวน หนาวหลายรอบแล้วร้อนรุนแรง ทุเรียนอาจออกมากถึง 5 รุ่น เทียบราคาปีนี้จะสูงกว่าปีที่ผ่านมา ผลผลิตน้อยลง 30%…
เมื่อวันที่ 18 มี.ค.59 ที่สวนผลไม้ นายณรงค์ศักดิ์ สุทธาทิพย์ อายุ 58 ปี พื้นที่บ้านหนองป่าหมาก ม.7 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็น 1 ในชาวสวนทุเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ผลิตทุเรียนคุณภาพนอกฤดู เพิ่มประสิทธิภาพ ผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพชั้นดี กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ปี 2559 นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร เกษตรจังหวัดจันทบุรี ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าติดตามการบริหารจัดการโครงการผลิตทุเรียนคุณภาพนอกฤดู จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นแรกได้ในช่วงปลายเดือนมีนาคม–กลางเดือนเมษายน

หมอนทอง2

นายณรงค์ศักดิ์ สุทธาทิพย์ เจ้าของสวน กล่าวว่า การที่หน่วยงานภาครัฐเข้ามาส่งเสริมเกษตรกรในการผลิตทุเรียนนอกฤดูกาลนั้น เป็นเรื่องดีที่จะช่วยให้ความรู้ในการผลิตทุเรียนคุณภาพนอกฤดูกาล ที่จะทำให้ชาวสวนทุเรียนสามารถจำหน่ายทุเรียนได้ราคาดีกว่าช่วงที่ทุเรียนออกสู่ท้องตลาดพร้อมๆ กัน แต่การผลิตทุเรียนนอกฤดูกาลในปีนี้ ถือว่าผลิตยากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ไม่เอื้ออำนวยต่อการติดดอกออกผล ปีนี้เกิดอากาศหนาวหลายรอบ และต้องมาเจอสภาพอากาศแห้งแล้งอย่างหนัก ส่งผลให้ทุเรียนติดดอก ออกผลน้อยกว่าปีที่ผ่านมา กว่าร้อยละ 30

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้จำนวนรุ่นของทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ชะนีในสวน เนื้อที่จำนวน 15 ไร่ ที่จะออกสู่ตลาด น่าจะมีมากถึง 5 รุ่น โดยจะเริ่มมีทุเรียนออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคม-ปลายเดือนมิถุนายน และราคาทุเรียนน่าจะสูงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตมีจำนวนไม่มากนัก โดยทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พ่อค้าคนกลางมาตกลงซื้อล่วงหน้า กิโลกรัมละ 130 บาท

หมอนทอง3

ขณะที่นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร เกษตรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ในส่วนของ อ.ท่าใหม่ มีเกษตรกรจำนวน 33 คน ที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ ผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพชั้นดี กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ปี 2559 โดยดำเนินการในพื้นที่ อ.ท่าใหม่ รวมพื้นที่ดำเนินการ 90 ไร่ มุ่งหวังให้เป็นแปลงต้นแบบ และเครือข่ายผู้ผลิตทุเรียนนอกฤดูกาลของ จ.จันทบุรี ให้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15-20 เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับทุเรียน และแก้ไขปัญหาผลผลิตกระจุกตัว

“สถานการณ์ผลไม้ปีนี้ มีแนวโน้มราคาจะดี เพราะตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูง ขณะที่ผลผลิตของเกษตรกรมีจำนวนน้อย เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งผลผลิตรวมของผลไม้ จ.จันทบุรี เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ปีนี้จะมีปริมาณรวมของผลผลิตน้อยกว่าปีที่ผ่านมา”.

หมอนทอง4

ที่มา>>>Thairath

 

[แชร์ประสบการณ์แฟนเพจ] มีหนี้ก็มีเงินออมได้

[แชร์ประสบการณ์แฟนเพจ] มีหนี้ก็มีเงินออมได้

เรารู้สึกดีใจทุกครั้งที่เห็นว่าหลายๆเรื่องที่เราตั้งใจเขียนแล้วสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคุณครูนักออมเงินที่ครั้งหนึ่งเคยผิดพลาดร้ายแรงจากการก่อหนี้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์มาแล้ว จนกระทั่งทำให้ตนเองหลุดจากวงจรหนี้ได้ นับว่าวิธีคิด วิธีการจัดการเกี่ยวกับการเงินเหล่านี้เป็นประโยชน์มากๆกับผู้อ่านหลายท่านซึ่งอาจจะนำมาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาของตนเองได้ เราขอขอบคุณคุณครูท่านนี้ที่ให้ประสบการณ์ชีวิตตนเองสอนเป็นวิทยาทานความรู้ให้แก่ผู้อื่นด้วย “ประสบการณ์มีหนี้ก็มีเงินออมได้” นะคะ ( * // \\ * )


ข้อความข้างล่างตัวอักษรสีดำเป็นบทสนทนาของคุณครู

เราจะเขียนอธิบายเพิ่มเติมในส่วนของ “หลักการ + วิธีใช้จริง” ว่าเป็นอย่างไรด้วยตัวอักษรเขียวค่ะ
24 กรกฎาคม 13:11

มีหนี้สินเหมือนกันค่ะ จากความรู้เท่าไม่ถึงการ สมัยทำงานใหม่ๆ เป็นหนี้บัตรกดเงินสด 2 ใบ แถมเป็นหนี้ กยศ.ด้วย แต่ตอนนี้มีประสบการณ์แล้ว ก็ค่อยๆใช้หนี้อย่างมีวินัย แต่ก็ออมควบคู่กันไปด้วยค่ะ

หนี้มี 2 แบบ คือ

1. หนี้ดี คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ (หนี้ กยศ.) เพราะเป็นหนี้เพื่อการศึกษา เมื่อจบออกมามีงานทำ สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตนเองได้

2. หนี้ไม่ดี คือ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (หนี้บัตรกดเงินสด 2 ใบ) เป็นหนี้ที่ดอกเบี้ยแพงมาก

24 กรกฎาคม 19:24

จุดเริ่มต้นในการเป็นหนี้ เริ่มต้นตอนทำงานใหม่ๆค่ะ ยังไม่มีความรู้เรื่องการเก็บออมอยู่มาวันนึงมีจดหมายจากธนาคารแห่งหนึ่งส่งมาถึงดิฉัน แนบใบสมัครสินเชื่อบัตรกดเงินสด คงเพราะเงินเดือนทางบริษัทจ่ายผ่านบัญชีธนาคารนี้ เขาจึงเห็นว่ารายละเอียดดิฉันผ่านเกณฑ์ ฉันเลยลองสมัคร ก็กดเอามาหมุน มาซื้อของที่อยากได้ แต่ไม่ได้ศึกษาถึงดอกเบี้ยมหาโหดนั่นเลย จากมีหนึ่งใบ ก็เริ่มเป็นสองใบ จุดเปลี่ยนคือดิฉันว่างงาน ในช่วงที่ดิฉันหางานใหม่ ก็โดนคอลเซนเตอร์โทรมาทวง เสียสุขภาพจิตมาก และในช่วงเวลาเดียวกันดิฉันประสบปัญหาครอบครัว เครียดเกือบฆ่าตัวตาย อย่าว่าแต่เงินใช้หนี้เลยค่ะ เงินที่จะเป็นค่าข้าวแต่ละวัน ยังคิดแล้วคิดอีก

วงจรหนี้

เปิดบัญชีบัตรเครดิต  – ธนาคารต้องการหาลูกค้าเพิ่มจึงส่งใบสมัครให้ลูกค้า
วิธีการใช้บัตร          – ลูกค้าสมัครแล้วกดเงินมาใช้ซื้อของที่อยากได้โดยไม่ตรวจสอบเงื่อนไขของดอกเบี้ย

วิธีชำระหนี้             – เมื่อชำระหนี้ไม่ได้ก็เริ่มวนหนี้โดยเปิดบัตรใบใหม่ชำระหนี้บัตรใบเดิม
เกิดเหตุฉุกเฉิน        – การเกิดเหตุไม่คาดคิด คือ ว่างงาน ประสบปัญหาครอบครัว ทำให้หาเงินชำระหนี้ยากลำบากขึ้น
เสียสุขภาพจิต         – การทวงหนี้ทำให้เราเครียด ยิ่งหาเงินไปชำระไม่ได้จะเครียดมากจนไม่มีสมาธิทำงาน
==> การสร้างหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้นั้นเกิดมาจากการซื้อสิ่งของเพื่อความสุขเพียงชั่วคราว แต่ยังไม่รู้ถึงผลกระทบระยะยาวจนกระทัั้งเกิดปัญหาขึ้นจริงจึงเริ่มรู้สึกตัว เมื่อไม่มีเงินมาชำระหนี้ก็เกิดความเครียด บางรายอาจจะมีอารมณ์ชั่ววูบตัดสินใจผิดพลาดทำให้ฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา โชคดีมากๆทีี่คุณครูคิดได้ และลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาต่อไป


24 กรกฎาคม 19:27

ดิฉันได้งานใหม่เป็นครูอัตราจ้าง เงินเดือนตอนนั้นแค่เจ็ดพันกว่าบาท แต่โชคดีที่มีคนหยิบยื่นโอกาสให้ดีฉันมีงานพิเศษหารายได้ แต่ก็ยังไม่มีการออม เพราะยังไม่มีความรู้ แต่ละเดือนจึงเป็นลักษณะหาได้มามีแต่ใช้จ่าย และใช้หนี้ แต่ไม่มีเงินเก็บ

การมีรายได้หลายทาง จะทำให้เรามีรายได้นอกเหนือจากงานประจำ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่งานประจำเราหายไป ก็จะมีรายได้ทางอื่นมาจุนเจือครอบครัว ส่วนลักษณะการใช้จ่ายจะนำเงินที่ได้มาชำระหนี้ โดยไม่มีเงินออม

24 กรกฎาคม 19:31

แย่ที่สุดคือ หนี้ที่จ่ายไปเป็นแค่ดอกเบี้ย ต้นก็แทบไม่ลดเลยค่ะ สรุป ดิฉันเป็นหนี้บัตรกดเงินสดสองใบ รวมเจ็ดหมื่น ยังไม่รวมทุนกู้ยืม กยศอีกเกือบสองแสนบอกได้เลยค่ะว่าสาหัส ดิฉันพยายามคิดมาตลอดว่าจะทำอย่างไร ให้พ้นจากสภาพนี้ได้สักที เพราะดิฉันเหลือตัวคนเดียว เนื่องจากแม่เสียชีวิตแล้ว ส่วนพ่อก็แต่งงานมีครอบครัวใหม่ มรดกติดตัวก็ไม่มี ถ้าดิฉันทำแบบนี้อีก มีหวังได้ลำบากตอนแก่แน่นอนค่ะ

การวางแผนชีวิต โดยคิด ณ ปัจจุบันว่าตนเองเป็นอย่างไรจากเหตุการณ์ต่างๆรอบตัว(เพราะเหลือตัวคนเดียว ไม่มีมรดกติดตัว) และมองไปถึงอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป จึงเริ่มคิดวางแผนมากขึ้นเพื่อจะได้สบายตอนชรา

24 กรกฎาคม 19:37

อยู่มาวันนึง ดิฉันเข้าไปในร้านหนังสือแห่งหนึ่ง เจอหนังสือเล่มที่เปลี่ยนความคิดดิฉันใหม่หมด ชื่อ”เงิน เรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน” ของคุณโจ มณฑาณี ตันติสุข ทำให้ดิฉันเริ่มต้นหาออมเงินในวิธีต่างๆ แบบลองผิดลองถูก

ศึกษาหาความรู้ จากการอ่านหนังสือเพื่อเติมความรู้ พัฒนาตนเอง เมื่อเกิดความรู้แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การลงมือทำตาม ซึ่งคุณครูได้ลองนำแนวคิดในหนังสือมาทำจริงๆ

24 กรกฎาคม 20:04

พอดิฉันเริ่มเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง ก็มีเหตุให้ต้องใช้ขึ้นมา คือ นำมาเรียนวิชาชีพครู ซึ่งเมื่อจบหลักสูตร ดิฉันจะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เป็นใบเบิกทางเพื่อสอบบรรจุข้าราชการครู ซึ่งต้องใช้เงินเยอะพอสมควร

การลงทุนเพื่ออนาคต โดยการนำเงินมาเรียนวิชาชีพครูต่อยอดความรู้เพื่อสอบเป็นข้าราชการครู ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต

ที่เล่ามาทั้งหมดนั่นก็คือการวางแผนชีวิตของคุณครูนั่นเอง

24 กรกฎาคม 20:35

แต่ดิฉันก็ยอมค่ะ เมื่อดิฉันเรียนจบ ได้ใบอนุญาตฯ ดิฉันก็ไปสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยทันทีตอนนี้ ดิฉันก็เลยต้องเริ่มเก็บเงินใหม่ เมื่อได้เงินเดือน ดิฉันจะหักฝากบัญชีฝากประจำ 1000 บาทที่เหลือก็จะนำไปใช้หนี้และค่าใช้จ่ายประจำเดือนให้เรียบร้อย แล้วนำเงินที่เหลือมาบริหารหากมีรายได้จร เช่น เบี้ยเลี้ยงต่างๆ ค่ารับจ้างพิมพ์งาน สอนพิเศษ ก็จะหัก10%ของเงินที่หาได้ฝากธนาคารไว้ค่ะ

วิธีการใช้เงิน
ออมเงินทันที – ฝากประจำ 1,000 บาท
รายจ่ายประจำ – ใช้เงินที่เหลือจากการออมมาจ่ายชำระหนี้และค่าใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือน
ออมเงินจากรายได้ทางอื่น 10% – เมื่อมีรายได้ทางอื่นก็จะนำมาออมโดยการฝากธนาคารด้วย เช่น เบี้ยเลี้ยงต่างๆ ค่ารับจ้างพิมพ์งาน สอนพิเศษ

24 กรกฎาคม 20:43

ตอนนี้ก็ทยอยจ่ายหนี้ แต่ก็อดออมคู่กันไปด้วยค่ะ ใช้ว่ามีหนี้แล้วจะไม่มีเงินออมเสมอไปถือคติ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะดิฉันถือว่าโชคดีที่เจอปัญาหาตั้งแต่เริ่มชีวิตการทำงาน ทำให้แก้ไขเรื่องกันใช้เงินได้ทัน

วิธีการชำระหนี้

“ไม่มีกฎเหล็กข้อไหนที่บอกว่าหาเงินได้เท่าไหร่ใช้หนี้ให้หมด” เราควรรักษาสมดุลของช่วงเวลา ดังภาพนี้ เพราะหนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ขณะนี้เราทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ส่วนอนาคตเป็นเรื่องของการสร้างความมั่งคั่ง แต่ละช่วงเวลาให้เป็นแบบนี้ โดยการทำงานในปัจจุบันเพื่อชำระหนี้บางส่วนในอดีตและออมเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคตไปพร้อมๆกันด้วย

24 กรกฎาคม 20:45

ขอขอบคุณหนังสือเล่มแรก ที่ทำให้ มีเล่มสอง สาม และเล่มอื่นๆตามมาค่ะ

24 กรกฎาคม 20:53

ขอขอบคุณแอดมินที่เปิดโอกาสให้แบ่งปันประสบการณ์ค่ะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้างไม่มากก็น้อยตอนนี้ดิฉันก็ยังไม่มีบ้าน ไม่มีรถ แต่จะไม่ท้อต่อการออมเพื่อตัวเอง

‘หมอสมาน’ ชี้ชัด ขายเบียร์แท่งล่อใจโจ๋ มีความผิดหลายกระทง

เบียร์แท่ง

โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ หลังจากที่มีผู้โพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รูปแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า เบียร์แท่ง เป็นการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปแปรรูป ด้วยการนำเบียร์ไปอัดแท่ง ลักษณะเหมือนกับไอศกรีมหวานเย็น ปัจจุบันพบว่าวางขายอยู่ที่งานแฟร์แห่งหนึ่งในย่านสวนลุมพินี

ซึ่งหลายคนต่างแสดงความคิดเห็นว่า เบียร์ในรูปแบบใหม่นี้ถือเป็นสินค้าล่อใจเยาวชน ยิ่งขายในพื้นที่สาธารณะ เด็กๆ วัยรุ่นเข้าถึงง่าย เห็นแล้วอาจจะรู้สึกอยากรู้อยากลองได้ รวมถึงตั้งข้อสงสัยว่า กรรมวิธีที่ทำให้คล้ายไอศกรีม ถือว่าจงใจทำให้เยาวชนดื่มแอลกอฮอล์ง่ายขึ้นหรือไม่

ขณะที่ร้านค้าที่ขายเบียร์แท่ง มีการโปรโมท โฆษณา จัดโปรโมชั่นต่างๆ ผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งล่าสุดทางร้านได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบที่ร้าน พร้อมกับแจ้งว่าไม่ให้ขายเบียร์ แต่ไม่ได้มีการลงโทษ ปัจจุบันจึงยังขายอยู่ตามปกติ

สำหรับกรณีการขายเบียร์แท่งนี้ จะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ทีมข่าวไทยรัฐทีวีได้สอบถามกับ นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยดังนี้

-กฎหมายอนุญาตให้ขายได้หรือไม่ ถ้าหากผิดกฎหมายมีบทลงโทษเป็นอย่างไร?

จากการตรวจสอบพบว่า มีขายจริง ตามที่มีการร้องเรียนมา เป็นการเทเบียร์ลงในหลอดคล้ายไอศกรีม ซึ่งในส่วนการขายเครืื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือโซดาประเภทหนึ่ง ตาม พ.ร.บ.สุรา ของกรมสรรพสามิต การขายประเภทนี้ต้องมีใบอนุญาต จากการตรวจสอบพบความผิดดังนี้

1. ผู้ขายใช้ใบอนุญาตที่แสดงไม่ใช่ตัวจริง และไม่ได้จัดแสดงเอาไว้ให้เห็นเด่นชัด

2. เบียร์แท่งตรวจสอบได้ยากว่าเป็นเบียร์เถื่อนหรืออันตรายหรือไม่ อีกทั้งในมุมของกรมสรรพสามิตจะตรวจเช็กยากมากในการเก็บภาษี ฉะนั้นตาม พ.ร.บ.สุรา จึงระบุ ห้ามเปลี่ยนแปลงสุรา ห้ามเปลี่ยนแปลงภาชนะบรรจุ

3. มีความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องดื่่มแอลกอฮอล์ของสาธารณะสุขด้วย เข้าข่ายการโฆษณา เพราะมีรูปโฆษณาชัดเจน มีการจัดโปรโมชั่น เป็นการสื่อสารการตลาด ซึ่งผิดฐานการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการต้องห้ามด้วยโฆษณา มีความผิดจำคุก 1 ปี ปรับ 5 แสน และปรับรายวันวันละ 5 หมื่น จนกว่าจะเลิกโฆษณา และผิดฐานขายด้วยวิธีการต้องห้าม มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


-ขั้นตอนการดำเนินการจัดการเรื่องนี้เป็นอย่างไร?

อยู่ในส่วนรับผิดชอบของกรมสรรพสามิตเป็นผู้ดูแล ในส่วนของสาธารณะสุขก็ไปรวบรวมพยานหลักฐาน รูปถ่ายและวิดีโอ และส่งให้พนักงานสอบสวน ส่งฟ้องศาลต่อไป ตามขั้นตอน


-รูปแบบคล้ายไอศกรีม จะมีผลล่อใจเยาวชนหรือไม่?

จริงๆ มันน่าจะอันตราย เพราะในลักษณะนี้ ค่อนข้างล่อแหลม ไม่ควรทำ ทางเรากำลังประสานกับสรรพสามิตเพื่อร่วมมือกันควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดความมึนเมา ก่อให้เกิดผลเสียต่างๆ


-นอกจากเบียร์แท่งแล้ว ถ้าเป็นแอลกอฮอล์ชนิดอื่นมีความผิดมั้ย?

ประเภทคอกเทลจะแตกต่างนิดนึง คอกเทลจะเป็นลักษณะที่มีผู้ร้องขอให้ผสมเป็นครั้งๆ ไป ตัวเหล้ายังอยู่ในขวดเหล้าเดิม แต่ในลักษณะนี้เป็นเบียร์อาจจะมีทำไว้สำเร็จรูป อย่างนี้ถือว่าต้องห้ามชัดเจน ซึ่งในส่วนของ พ.ร.บ.สุรา ลักษณะนี้ต้องห้าม ยกเว้นมีผู้ซื้อร้องขอเป็นครั้งคราวไป ตรงนี้ก็อันตรายอย่าทำเลย ดูแล้วล่อแหลมและจูงใจเยาวชน


-มีวิธีจัดการกับปัญหานี้อย่างไร?

ตอนนี้เนื่องจากใกล้กับสงกรานต์ เรากำลังประสานกับท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ซึ่งปกติแล้วก่อนสงกรานต์จะมีประชุม เพื่อเตรียมการวางแผนในการลดผลกระทบ ลดพิษภัยจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเวทีจะมีท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธาน มีรองปลัดกระทรวงสาธารณะสุขเป็นรองประธาน จะมีผู้บัญชาการตำรวจภูธรทุกภาคเข้าร่วม โดยจะมีการนำเรื่องนี้เข้าร่วม เพื่อกวดขัน ต้องมีร่วมมือกันทุกๆ ฝ่าย ไม่สามารถทำฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้สำเร็จได้ เรื่องนี้จะต้องมีหูมีตาในการเฝ้าระวัง สำคัญที่สุดคือประชาชนและสื่อมวลชน

ที่มา>>>Thairath

ราคาทองปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,550 บาท

ราคาทองปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,550 บาท

ราคาทองปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,550 บาท

สมาคมค้าทองคำประกาศราคารับซื้อ  ขายทองคำประจำวันที่ 07/03/2559 เวลา 09:31 น. ครั้งที่ 1 ราคาเพิ่มขึ้น 100 บาทจากราคาปิดวันเสาร์ โดยทองคำแท่งรับซื้อ 21,050.00 บาท ขายออก 21,150.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 20,738.88 บาท ขายออก 21,550.00 บาท 

ไฟเขียว!! ครม.อนุมัติกฎหมายหักเงินเดือนจ่ายหนี้กยศ. ส่งตรงถึงนายจ้าง ราชการ-รัฐวิสาหกิจ-อปท.

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzIvMzY0NzY1L21vbjAyMDM1OTIuanBn

ครม.เห็นชอบแก้ไขกฎหมาย กยศ. ให้นายจ้างทั้งส่วนราชการและเอกชน หักเงินเดือนผู้กู้เพื่อชำระหนี้ นำส่งพร้อมกับภาษี ณ ที่จ่ายของสรรพากร

วันนี้ (2 มี.ค.) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อบังคับให้องค์กรนายจ้างทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชน หักเงินลูกจ้าง พนักงานราชการที่เป็นลูกหนี้ กยศ. นำส่งคืนกองทุน กยศ. พร้อมกับเงินหักภาษี ณ ที่จ่ายของกรมสรรพากร เพื่อให้กรมสรรพากรนำส่งกองทุน กยศ.

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายได้รวมกองทุน กยศ. และกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และเมื่อสรรพากรหักเงินนำส่งคืนให้กยศ.จะทำให้กยศ. มีเงินสำหรับปล่อยกู้ให้กับรุ่นน้องต่อไป โดยร่างกฎหมายใหม่กำหนดให้ยินยอมเปิดเผยข้อมูลและการหักเงินนำส่งคืนเพื่อชำระหนี้ตามสัดส่วนรายได้ที่เหมาะสม ซึ่งขั้นตอนจากนี้จะได้ส่งร่างกฎหมายให้กฤษฎีกาพิจารณาและเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในขั้นต่อไป

ทั้งนี้ ปี 2558 มียอดชำระหนี้คืน 17,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายปี 2559 มียอดชำระ 19,000 ล้านบาท กยศ. จึงได้ส่งหนังสือถึงองค์กรนายจ้างทั้งส่วนงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อทยอยลงนามร่วมกับ กยศ. เพื่อหักเงินเดือนจากข้าราชการจำนวน 60,000 คนที่กู้ยืมจาก กยศ.